ลงทุนวิธีหุ้นดีกว่าฝากเงินธนาคาร

มีคำถามเข้ามาบางคนที่ได้ถามถึงพวกเรื่องของหุ้น กราฟหุ้น เมื่อเทียบกับการออมในลักษณะอื่นว่าเสมือนหรือแตกต่างกันยังไงบ้างไหม โดยนักลงทุนที่เชี่ยวชาญอยู่ในวงการมาเป็นเวลานานๆแล้วนั้น ย่อมรู้ข้อแตกต่างได้อย่างดี อย่างไรก็ตามในขณะที่มีคนที่สนอกสนใจฝ่ายการลงทุนผ่านตลาดค้าหุ้นฯเพิ่มขึ้นนี้ เด็กใหม่พวกนี้ย่อมมีข้อสงสัยรากฐานเหล่านี้อยู่ข้างในจิตใจอยู่แล้ว ตอนนี้กระผมก็ขอฉวยโอกาสบรรยายแจกแจงขึ้นสักไม่เท่าไหร่นะครับ ความเสมือนหรือผันผวนเช่น หุ้นADVANC หุ้นนั้นได้ปันผลมากๆหรือไม่มาก แล้วแต่กิจการหรืออาจจะไม่ได้เลยก็ได้หากกิจการนั้นเข้าเนื้อ หุ้นขึ้นได้และลงได้ ซึ่งมันก็ขึ้นกับความถนัดของธุรกิจการค้าเช่นกัน การขึ้นลงของหุ้นนั่นก็เพราะคนในตลาดให้ค่าการต่อรอง ยอมซื้อหาและยอมจำหน่ายที่มูลค่านั้นๆครับ ก่อนการซื้อขายอาจจะใช้บรรดาเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการพิจารณาตัวอย่างเช่น ema(Exponential Moving Average) คือเจ้าเส้นEMAนั้นก็จะส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาย้อนหลังตั้งแต่เมื่อก่อนถึงสมัยนี้ หุ้นสามารถมีราคาไม่ถูกไปจากที่พึงจะเป็นไปได้ ถ้าตลาดประมาณไม่ถูกไปครับ เพราะฉะนั้นหุ้นต่างจากกับการฝากเงินเข้าธนาคารอย่างแน่ๆ การที่เรากำลังคิดว่าจะจ่ายเงินฟุ่มเฟือยออกไปเพราะอะไรก็ในเมื่อมีทางให้เลือกที่เหนือกว่าคือการเอาเส้นเงินนั้นไปซื้อสินค้าหรือสินทรัพย์ที่สามารถทำรายได้ให้เราได้เรื่อยๆ ซึ่งตัวเรานั้นไม่จำเป็นจะต้องทำอะไรแล้วเราจะซื้อสินค้าที่เป็นขยะหรือของ ที่เป็นของดีละ อย่างไรก็ดีครับสำหรับตัวผมแล้ว เงินคือสิ่งที่จำเป็นต้องใช้อย่างถูกต้องเสมอการที่มีเงินแล้วเอาแต่เก็บเงิน แบบที่เอาไปฝังตุ่มหรือเอาไว้ในที่ๆไม่เกิดผลเพิ่มพูนนะ ซึ่งมันก็ไม่ได้เกิดผลประโยชน์สิ่งใดกับใครเลย บุคคลอื่นเอาไปใช้ก็ไม่ได้อีก ซึ่งมันไม่เหมือนฝากธนาคาร บุคคลอื่นคงยังกู้ไปใช้ได้กำไรได้ไปทำงานด้วย ไม่ได้สิ่งที่สมควรทำมีเงินมันก็ต้องใช้ให้ เกิดค่ากับตัวเองสิ คือทำให้เรามีความเบิกบานไหมมีเท่าไรลงทุนหมดก็ดี เก็บไว้หมดมันก็ไม่ไหวจำเป็นต้องรู้จักเจียดตาม ควรนะครับ

การพิจารณาหลักทรัพย์โดยใช้เส้นกราฟเบื้องต้น

การพิจารณาหลักทรัพย์ไม่ก็การวิเคราะห์หุ้นโดยวิธีเทคนิคขั้นต้น สมัยปัจจุบันวิธีการวิเคราะห์สินทรัพย์ที่เป็นสิ่งที่นิยมอย่าง แพร่สะพัด ในเหล่านักวิเคราะห์ สามารถ เจียด ออกได้คือ 2 วิถีทางหลัก ได้แก่1. การพิจารณากรณี พื้นฐาน (FUNDAMENTAL ANALYSIS)2. การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค (TECHNICAL ANALYSIS)การวิเคราะห์ปัจจัย ขั้นแรก คือ แนวทาง ที่อาศัยการพิจารณาที่เกี่ยวกับ สภาวะเศรษฐกิจ การเมืองทั้ง ใน ระดับระหว่างประเทศพร้อมทั้ง ภายใน บ้านเมือง รวมไปถึงการวิเคราะห์สภาวะในแต่ละอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผลการ ปฏิบัติหน้าที่ ในแต่ละห้างร้าน เพื่อนำมาใช้ในการประเมินมองหาราคาของหลักทรัพย์ที่พอสมควร เกี่ยวกับ เงินลงทุน สำหรับโดยส่วนใหญ่มักคือเงินลงทุนในระยะกลางกับระยะยาวสำหรับ สำหรับ การพิจารณาปัจจัยทางเทคนิคนั้น คือ แนว ที่อาศัยการวิเคราะห์การ ขยับเขยื้อน ของราคา และปริมาณการซื้อขายในหลักทรัพย์ในสมัยเก่าที่ผ่านมา เพื่อ คาดการณ์ ถึงความเอนเอียงของราคา รวมถึงระดับราคาที่ควรจะซื้อไม่ก็ขาย ทั้ง ในช่วงระยะ สั้น ระยะกลาง และระยะยาวโดย ส่วนดี ของการพิจารณาปัจจัยทางเทคนิค นั่นก็คือ การที่นักธุรกิจอาศัยหลักสถิติมาใช้ในการทาย โดยการใช้เพียงแค่ในส่วนของราคา พร้อมด้วยปริมาณ การค้าขาย ในสินทรัพย์ในสมัยก่อนแค่นั้น สำหรับนำมาใช้ในการพิจารณา สำหรับต่างจากการพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน ที่จะต้องอาศัยข้อในฝ่ายต่าง ๆ เยอะแยะ เพราะฉะนั้นก็เลยทำให้นักธุรกิจที่ใช้วิธีการพิจารณากรณีเทคนิค เสียเวลาใน การรวบรวม พร้อมด้วยพิจารณาข้อมูลข่าวสารน้อยกว่าการพิจารณาปัจจัยพื้นฐานโดยเหตุผลลัพท์ขั้นต้นเพราะจะทำให้การพิจารณากรณีเทคนิคได้เครดิตนั้น ประกอบไปด้วยสมมติฐาน 3 ชนิด อย่างนี้1. ราคาเป็นผลรวบรวมที่สะท้อนมอบรู้ถึงข่าวสารในด้านแตกต่าง ๆ ทั้งนั้นจากนั้น2.ราคามัก ขยับเขยื้อน อย่างมีแนวโน้มว่า พร้อมทั้งมักคงอยู่ในทิศทางนั้น ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง จนกระทั่งกว่าจะมีการ เปลี่ยน ความโน้มเอียง3. พฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุน มักยังได้รูปแบบที่ใกล้เคียงกับความประพฤติการ ลงเงิน ในสมัยก่อนอย่างไรก็ดี บทความนี้มิได้มีเป้าหมายเพื่อจะชี้นำมอบนักลงทุนซื้อหา ไม่ก็ขายหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่ง โดยแบบแผนใดวิธีการหนึ่งเป็นการเจาะจง เพียงแค่แต่ถ้าว่าคือการนำเสนอวิถีทางในการพิจารณากรณีทางเทคนิค สำหรับส่วนหนึ่งส่วนใดอาศัยแผนการช่องทางข้อมูลมาประยุกต์ ดังนั้นการชี้นำแบบอย่างการพิจารณาที่เสนอนี้ไปใช้ในทางปฏิบัติ ซึ่งจะต้องระลึกไว้บ่อยว่า โอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดย่อมเป็นไปได้ เนื่องมาจากความแม่นยำอยู่ในระดับใน ความน่าจะเป็น แค่นั้น ไม่สามารถยืนยันความถูกต้องได้ทุกครั้ง พร้อมกับสมมติว่าสมมติฐานที่กล่าวไว้ข้างต้นได้การ เปลี่ยนแปลง ไป ย่อมจะมีผลต่อความแม่นยำของหลักการวิเคราะห์ที่เสนอไว้ในบทความนี้โดย เช่นกัน ไม่มากก็น้อยซึ่งสำหรับในทางปฏิบัตินักลงทุนจึงควรจะใช้ข้อมูลที่เลยทั้งจากการพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน พร้อมด้วยกรณีเทคนิคมาบวกการตัดสินใจลงเงิน ทั้งนี้ ทั้งนั้นเพื่อเป็นผลการตกลงใจที่ได้ ความถูกต้อง พร้อมกับความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น