การพิจารณาหลักทรัพย์โดยใช้เส้นกราฟเบื้องต้น

การพิจารณาหลักทรัพย์ไม่ก็การวิเคราะห์หุ้นโดยวิธีเทคนิคขั้นต้น สมัยปัจจุบันวิธีการวิเคราะห์สินทรัพย์ที่เป็นสิ่งที่นิยมอย่าง แพร่สะพัด ในเหล่านักวิเคราะห์ สามารถ เจียด ออกได้คือ 2 วิถีทางหลัก ได้แก่1. การพิจารณากรณี พื้นฐาน (FUNDAMENTAL ANALYSIS)2. การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค (TECHNICAL ANALYSIS)การวิเคราะห์ปัจจัย ขั้นแรก คือ แนวทาง ที่อาศัยการพิจารณาที่เกี่ยวกับ สภาวะเศรษฐกิจ การเมืองทั้ง ใน ระดับระหว่างประเทศพร้อมทั้ง ภายใน บ้านเมือง รวมไปถึงการวิเคราะห์สภาวะในแต่ละอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผลการ ปฏิบัติหน้าที่ ในแต่ละห้างร้าน เพื่อนำมาใช้ในการประเมินมองหาราคาของหลักทรัพย์ที่พอสมควร เกี่ยวกับ เงินลงทุน สำหรับโดยส่วนใหญ่มักคือเงินลงทุนในระยะกลางกับระยะยาวสำหรับ สำหรับ การพิจารณาปัจจัยทางเทคนิคนั้น คือ แนว ที่อาศัยการวิเคราะห์การ ขยับเขยื้อน ของราคา และปริมาณการซื้อขายในหลักทรัพย์ในสมัยเก่าที่ผ่านมา เพื่อ คาดการณ์ ถึงความเอนเอียงของราคา รวมถึงระดับราคาที่ควรจะซื้อไม่ก็ขาย ทั้ง ในช่วงระยะ สั้น ระยะกลาง และระยะยาวโดย ส่วนดี ของการพิจารณาปัจจัยทางเทคนิค นั่นก็คือ การที่นักธุรกิจอาศัยหลักสถิติมาใช้ในการทาย โดยการใช้เพียงแค่ในส่วนของราคา พร้อมด้วยปริมาณ การค้าขาย ในสินทรัพย์ในสมัยก่อนแค่นั้น สำหรับนำมาใช้ในการพิจารณา สำหรับต่างจากการพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน ที่จะต้องอาศัยข้อในฝ่ายต่าง ๆ เยอะแยะ เพราะฉะนั้นก็เลยทำให้นักธุรกิจที่ใช้วิธีการพิจารณากรณีเทคนิค เสียเวลาใน การรวบรวม พร้อมด้วยพิจารณาข้อมูลข่าวสารน้อยกว่าการพิจารณาปัจจัยพื้นฐานโดยเหตุผลลัพท์ขั้นต้นเพราะจะทำให้การพิจารณากรณีเทคนิคได้เครดิตนั้น ประกอบไปด้วยสมมติฐาน 3 ชนิด อย่างนี้1. ราคาเป็นผลรวบรวมที่สะท้อนมอบรู้ถึงข่าวสารในด้านแตกต่าง ๆ ทั้งนั้นจากนั้น2.ราคามัก ขยับเขยื้อน อย่างมีแนวโน้มว่า พร้อมทั้งมักคงอยู่ในทิศทางนั้น ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง จนกระทั่งกว่าจะมีการ เปลี่ยน ความโน้มเอียง3. พฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุน มักยังได้รูปแบบที่ใกล้เคียงกับความประพฤติการ ลงเงิน ในสมัยก่อนอย่างไรก็ดี บทความนี้มิได้มีเป้าหมายเพื่อจะชี้นำมอบนักลงทุนซื้อหา ไม่ก็ขายหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่ง โดยแบบแผนใดวิธีการหนึ่งเป็นการเจาะจง เพียงแค่แต่ถ้าว่าคือการนำเสนอวิถีทางในการพิจารณากรณีทางเทคนิค สำหรับส่วนหนึ่งส่วนใดอาศัยแผนการช่องทางข้อมูลมาประยุกต์ ดังนั้นการชี้นำแบบอย่างการพิจารณาที่เสนอนี้ไปใช้ในทางปฏิบัติ ซึ่งจะต้องระลึกไว้บ่อยว่า โอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดย่อมเป็นไปได้ เนื่องมาจากความแม่นยำอยู่ในระดับใน ความน่าจะเป็น แค่นั้น ไม่สามารถยืนยันความถูกต้องได้ทุกครั้ง พร้อมกับสมมติว่าสมมติฐานที่กล่าวไว้ข้างต้นได้การ เปลี่ยนแปลง ไป ย่อมจะมีผลต่อความแม่นยำของหลักการวิเคราะห์ที่เสนอไว้ในบทความนี้โดย เช่นกัน ไม่มากก็น้อยซึ่งสำหรับในทางปฏิบัตินักลงทุนจึงควรจะใช้ข้อมูลที่เลยทั้งจากการพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน พร้อมด้วยกรณีเทคนิคมาบวกการตัดสินใจลงเงิน ทั้งนี้ ทั้งนั้นเพื่อเป็นผลการตกลงใจที่ได้ ความถูกต้อง พร้อมกับความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น